
Onlinenewstime.com : การเดินทางท่องเที่ยว แบบเช่ารถระยะสั้น ขับชมวิวสองข้างทางไปในพื้นที่ต่างจังหวัด ถือว่าเป็นทางเลือก และอีกวิธีที่นักเดินทางให้ความนิยม หลังผ่านช่วงเวลากักตัวเองหลายเดือน แต่การท่องเที่ยวครั้งนั้น จะกลายเป็นการสร้างปัญหาตามมา หากเราไม่มีการตรวจสอบรายละเอียดในด้านเงื่อนไขการเช่าต่างๆกับบริษัทที่เปิดดำเนินธุรกิจให้เช่ารถ
กรณีศึกษาของนักท่องเที่ยว พบปัญหาการเช่ารถขับท่องเที่ยว โดยผ่านการเช่าแบบออนไลน์กับบริษัทรถเช่าในพื้นที่ของจังหวัด โดยขั้นตอนการจองและเงื่อนไขต่างๆ เช่น รุ่นรถ ราคา จำนวนวันที่เช่า สถานที่นัดหมายรับและส่งรถ และมีการตกลงเป็นที่เรียบร้อย ( บริษัทเช่ารถยนต์ ไม่ได้เสนอทางเลือก “การเช่ารถยนต์แบบรวม หรือ ไม่รวมประกันค่าเสียหายส่วนแรก” )
จากนั้นเมื่อถึงวันเดินทางไปรับรถ บริษัทรถเช่าให้ผู้เช่าเซ็นสัญญาและเอกสารรับรถ แต่บริษัทรถเช่าไม่ได้มอบเอกสารเป็นหลักฐานใดๆกับผู้เช่า ซึ่งเรื่องราวเกิดขึ้นในวันที่สองของการท่องเที่ยว ที่ผู้เช่ารถประสบอุบัติเหตุเนื่องจากรถที่เช่ามาเบรกไม่อยู่ และไถลไปชนท้ายรถคันหน้าที่หยุดกระทันหันจากสัญญาณไฟ

ภาพจาก มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค
แน่นอนว่าหลังจากเกิดอุบัติเหตุ สิ่งแรกที่ทำคือ ผู้เช่าติดต่อบริษัทเช่ารถเพื่อแจ้งเหตุ และขอความช่วยเหลือ แต่สิ่งที่ไม่คาดคิด คือ บริษัทเช่ารถ ไม่ได้ส่งเจ้าหน้าที่มาดูแล แต่แจ้งให้ผู้เช่าดำเนินการทุกอย่างเอง และให้ปกปิดว่าเป็นรถเช่า โดยให้แจ้งตัวแทนประกันของคู่กรณีว่าเป็นรถที่ขอยืมเพื่อนมา สันนิษฐานว่ารถคันที่ให้เช่าเป็นชื่อของบุคคล ไม่ได้จดทะเบียนพาณิชย์เป็นรถเช่า
ผู้เช่าจึงต้องเดินทางไปตกลงเรื่องความเสียหายที่สถานีตำรวจฯ และประสานงานติดต่อกับบริษัทประกันรถของทั้ง 2 ฝ่ายจนล่วงเลยไปยามวิกาล ทำให้บรรยากาศการท่องเที่ยวต้องหยุดชะงักลง แต่เรื่องต่างๆก็ไม่จบ
เพราะในวันที่ผู้เช่าคืนรถให้กับบริษัทรถเช่า เกิดการขยายประเด็นมาสู่การไม่คืนเงินมัดจำ โดยบริษัทรถเช่ายืนยันจะขอประเมินค่าเสียหาย จากการเสียโอกาสทางธุรกิจในระยะเวลาที่นำรถเข้าซ่อม โดยจะติดต่อคืนเงินมัดจำให้ภายหลังหักค่าเสียหายแล้ว และหากการประเมินเกินกว่ายอดมัดจำอาจมีการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายเพิ่ม
ปัญหาที่เกิดขึ้นนอกจากจะทำให้การท่องเที่ยวไม่สนุกสนานตามที่หวัง ยังคงสร้างปัญหาตามมาเรื่องค่าใช้จ่ายที่ไม่คาดคิด จึงทำให้เกิดคำถามว่า การวางแผนการเช่ารถที่มีความปลอดภัย และลดความเสี่ยงไม่ให้เกิดปัญหาตามมาควรทำอย่างไร ?
สำหรับทางออกของผู้เช่ารถ และข้อควรระวังในการเช่ารถประกอบด้วยอะไรบ้างนั้น นางสาวนฤมล เมฆบริสุทธิ์ หัวหน้าศูนย์พิทักษ์สิทธิ์ผู้บริโภค มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ให้สัมภาษณ์เวบไซต์ข่าว ออนไลน์ นิวส์ไทม์ ว่า ปัจจุบันนี้ ผู้บริโภคจะใช้วิธีสืบค้นข้อมูลการเช่ารถจากโฆษณาออนไลน์เป็นหลัก
ดังนั้นการสร้างความมั่นใจในการใช้บริการก็ควรจะมีการตรวจสอบสถานะของบริษัท รถเช่าต่างๆ ซึ่งตอนนี้สามารถตรวจสอบได้จากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบของบริษัท หรือห้างหุ้นส่วนจำกัด หรือแม้แต่ในกรณีบุคคล โดยสิ่งสำคัญที่ต้องตรวจสอบคือ
1.ข้อมูลของรถยนต์ที่จะให้เช่า ว่าตรงกับที่ตกลงกันไว้หรือไม่ รถที่จะให้เช่านั้น เป็นรถอะไร รุ่นไหน สภาพรถเป็นอย่างไร ซึ่งเป็นรายละเอียดที่ต้องรู้ในข้อตกลงเบื้องต้น
2. การเรียกเก็บมัดจำ ที่ส่วนใหญ่เป็นเงื่อนไขปกติ โดยทำในหลายรูปแบบ ตั้งแต่ผ่านบัตรเครดิต หรือให้โอนเงินสดเข้าบัญชีของบริษัท
รายละเอียดเบื้องต้นนี้ ต้องมีการบันทึกให้ทราบร่วมกันทั้งสองฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบเอกสาร หรืออินบ๊อกซ์อออนไลน์ต่างๆ เพื่อเป็นหลักฐานที่ชัดเจน โดยต้องมีรายละเอียดของรถดังที่กล่าว ราคาค่าเช่า กำหนดการรับรถ การคืนรถ การมัดจำ การประกัน
ซึ่งเหล่านี้ต้องมีการตกลงกันก่อนอยู่แล้ว และยิ่งหากทำกับบริการที่เป็นรูปแบบบริษัท มักจะมีการทำเป็นใบเสนอราคามาให้ โดยแจงว่าจะให้เช่าวันละเท่าไร มีรถรุ่นอะไรบ้าง เป็นต้น แต่หากมีการตกลงกันเอง ผู้ให้เช่าก็ต้องจัดทำข้อมูลยืนยันมาให้ผู้เช่าก่อน โดยแจกแจงรายละเอียดทั้งหมดให้ครบถ้วน
ข้อตกลงในสัญญาช่วยลดความเสี่ยงกรณีนำรถบ้านมาสวมรอยให้เช่า
กรณีที่มีข้อกังวลเรื่องการนำรถบ้านมาสวมรอยให้เช่า จะเป็นเรื่องที่ผู้เช่าไม่สามารถรู้ได้ว่ารถเป็นทะเบียนพาณิชย์หรือไม่ จนกว่าจะมีปัญหาเกิดขึ้น ซึ่งลักษณะนี้บริษัทฯ จะต้องรับผิดชอบทั้งหมด เพราะเราถือว่าเราเช่ารถตามข้อตกลงในสัญญาเท่านั้น
สิ่งที่ต้องได้รับเมื่อมีการตกลงจองกันเรียบร้อยแล้ว คือ รายละเอียดการเช่า รถ รุ่น ราคา สถานที่นัด และเงื่อนไขต่างๆ เหล่านี้จะต้องถูกบันทึกไว้ ในข้อตกลงเบื้องต้น ก่อนการทำการมัดจำ หรือการโอนเงิน และส่วนที่ 2 คือหลักฐานการโอนเงินมัดจำ ที่ต้องมีรายละเอียดเรื่องการวางมัดจำและการคืนเงิน ยกตัวอย่างว่า เราวางมัดจำไว้ที่ 3,000 บาท และเมื่อเราคืนรถเรียบร้อยแล้ว ณ วันที่คืน ทางบริษัทจะคืนเงินมัดจำให้เราอย่างไร เช่น โอนเงินคืนเข้าบัญชี ภายในกี่วัน เหล่านี้คือเงื่อนไขการรับบริการ
เมื่อตกลงกันแล้ว โอนเงินไปเรียบร้อยแล้ว เข้าสู่กระบวนการรับรถเมื่อถึงที่หมาย ซึ่งจะเป็นตามข้อตกลงเรื่องการรับรถ โดยจุดรับรถก็เป็นเรื่องที่สำคัญเช่นกัน ส่วนใหญ่การนัดหมายมักจะเป็นที่สนามบิน หรือที่ขนส่ง การรับรถจะต้องเป็นการรับรถที่ตรงตามที่ตกลง ทั้งรุ่น ยี่ห้อ และสภาพรถจะต้องดีได้มาตรฐาน และที่สำคัญคือต้องตรวจสอบเรื่องรถว่ามีประกันหรือไม่
หากรถไม่ตรงตามรุ่น สภาพหรือรายละเอียดที่คุยกัน เรามีสิทธิปฏิเสธไม่รับรถได้ และให้ผู้ให้เช่าจัดหารถให้ใหม่ หรือหากมีการนำรถรุ่นที่สูงกว่ามาให้ ก็จะต้องเป็นราคาตามที่ตกลงกันไว้แต่แรก ไม่มีการยัดเยียดให้
ผู้เช่ามีสิทธิตรวจสอบสภาพรถว่าชำรุดบกพร่องหรือไม่ ทำได้ตั้งแต่วันที่รับรถ เช่นการทดลองขับเพื่อตรวจสอบสมรรถนะ หรือหากรับรถไปขับแล้วพบความผิดปกติ พบปัญหาภายหลัง ผู้เช่าต้องเร่งแจ้งผู้ให้เช่า นำรถสภาพดีมาเปลี่ยนให้ทันที ไม่ควรทนใช้รถที่สภาพไม่สมบูรณ์ เพราะหากมีอุบัติเหตุเกิดขึ้น แม้ว่าปัญหาของรถจะเป็นเรื่องจริง แต่จะถูกตีความเป็นข้ออ้างและอาจพิสูจน์ไม่ได้เมื่อถึงเวลานั้น เช่น รถมีปัญหาเรื่องเบรค และไปประสบอุบัติเหตุ ถ้ารถชนกันเสียหายหนักมาก ก็ไม่สามารถพิสูจน์ได้ และกลายเป็นความประมาทของผู้เช่า ซึ่งทำให้เกิดความยากลำบากในการต่อสู้หากมีคดีความ การปฏิเสธไม่รับรถ ถือเป็นสิทธิของผู้บริโภค เพราะเงื่อนไขการคืนเป็นไปตามหลักการการเช่าทรัพย์ ที่สามารถคืนได้ในกรณีที่ทรัพย์นั้นชำรุดบกพร่อง
การรับรถไปใช้งานหากใช้ได้ตามปกติ ไม่มีข้อบกพร่องใดๆ คืนรถเรียบร้อยแล้วจะต้องได้รับเงินคืนภายในกำหนดที่ตกลงกัน
กรณีที่มีการเกิดอุบัติเหตุระหว่างการใช้รถ
นางสาวนฤมล กล่าวถึงขอบเขตความรับผิดชอบของบริษัทเช่ารถ กรณีรถที่เช่ามาเกิดอุบัติเหตุว่า ไม่ว่าจะเป็นอุบัติเหตุลักษณะใด บริษัทฯมีหน้าที่มารับผิดชอบรถ ไม่ใช่เรา แต่ถ้าผู้เช่าเป็นคนทำให้เกิดอุบัติเหตุ อาจต้องไปดูเพิ่มเติมว่าผู้เช่าประมาททำให้เกิดอุบัติเหตุหรือไม่ เช่น มีการขับชนผู้อื่น ประกันของรถยนต์มีความรับผิดชอบในส่วนของรถยนต์ แต่ความเสียหายนอกเหนือจากนั้น อาจต้องเป็นความรับผิดชอบของผู้เช่า
กรณีที่ผู้เช่าไม่ได้เป็นผู้กระทำผิดเอง มีรถคันอื่นมาทำให้เกิดอุบัติเหตุ บริษัทฯต้องมีหน้าที่มาดำเนินการในส่วนรถของตนเอง หลักการรับผิดชอบไม่ใช่ผู้เช่า เพราะผู้เช่าไม่ได้เป็นผู้ขับรถประมาท
อย่างไรก็ตามไม่ว่าจะเป็นความผิดหรือถูกของผู้เช่า โดยหลักแล้ว ทางบริษัทฯให้เช่าจะต้องมาดำเนินการ เพราะเป็นรถของตัวเอง ซึ่งไม่มีใครรู้รายละเอียดของรถได้มากเท่าเจ้าของรถแน่นอน
การริบค่ามัดจำจะเกิดขึ้นได้ เช่น กรณีที่ผู้เช่าทำให้รถเสียหาย แต่ต้องถูกบันทึกไว้ในข้อตกลงเบื้องต้น และมีการพิสูจน์เรื่องของความประมาท แต่หากปัญหาเกิดจากการชำรุดบกพร่องของรถยนต์ ก็ต้องมีการพิสูจน์ในอีกลักษณะหนึ่ง
ประเด็นที่ลืมไม่ได้ในการเช่ารถ คือ คู่ฉบับสัญญาเช่าที่ต้องได้ในวันที่นัดหมายรับรถ และผู้เช่าต้องถือเอาไว้ตลอดช่วงเวลาที่ใช้รถ ถ้าบริษัทฯไม่ยินยอมให้สัญญา ต้องไม่เช่ารถของบริษัทฯนั้น เนื่องจากไม่มีอะไรมารับประกันได้ว่าเราจะมีความปลอดภัยในการใช้รถคันนั้น
“เราไม่รู้ว่าเขาเอารถอะไรมา แต่ถ้าเราถือสัญญาเช่า จะเป็นการปกป้องตนเองอย่างหนึ่งว่า เราเป็นแค่ผู้เช่า เราไม่ทราบเลยว่าเขาไปเอารถที่ขโมยมาให้เช่าหรือเปล่า เป็นต้น เป็นประเด็นสำคัญที่ผู้เช่าต้องระมัดระวังอย่างมาก และต้องทวงถามสัญญาก่อนการรับรถเสมอ ถ้าบริษัทฯบอกว่าไม่สามารถออกสัญญาให้ได้ ให้ไปเช่าบริษัทฯ อื่น”
โดยหลักแล้วทั้งหมดเป็นเรื่องของข้อตกลงตามสัญญาทั้งสิ้น และไม่ได้หมายความว่าบริษัทผู้ให้เช่าออกกติกาอะไรแล้วผู้เช่าต้องยอมรับทุกอย่าง ทุกเรื่องเป็นข้อตกลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัจจุบันนี้ ที่มีการโฆษณาอย่างกว้างขวาง ผู้บริโภคสามารถตรวจสอบได้จากการรีวิว และมีสิทธิเลือกรับบริการจากบริษัทที่ดี
ข้อตกลงที่จำเป็นต้องมีการบันทึกหลักเกณฑ์ให้ชัดเจน
- ยี่ห้อรถ รุ่นรถ และสภาพรถ
- หลักเกณฑ์การวางมัดจำ
- การคืนเงินมัดจำกรณีปกติ กรณีที่มีปัญหา หรือบริษัทฯไม่สามารถส่งมอบรถยนต์ตามที่ตกลงกับผู้เช่าได้ จะคืนเงินมัดจำอย่างไร
ให้ผู้บริโภคระลึกไว้เสมอว่าคุณมีอำนาจต่อรอง มีอำนาจเรียกร้องสิทธิตั้งแต่ต้น ตราบใดที่ยังไม่ลงชื่อและโอนเงินไปให้ คุณมีอำนาจต่อรองทั้งหมด เพราะคุณไม่จำเป็นต้องเลือกเขา แต่หากเมื่อใดที่มีการลงชื่อยินยอมในเงื่อนไขและโอนเงินไปแล้ว การโต้แย้งภายหลังอาจจะมีความลำบาก
นางสาวนฤมล หัวหน้าศูนย์พิทักษ์สิทธิ์ผู้บริโภค มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ฝากถึงผู้บริโภคที่จะใช้บริการเช่ารถ ควรตรวจสอบรายละเอียดและหลักฐานต่างๆ ตั้งแต่บริษัทผู้ให้เช่ามีการรับรอง หรือสามารถตรวจสอบได้หรือไม่ เพราะเราทำธุรกรรมออนไลน์ และต้องดูเรื่องของการเสนอราคา เรื่องของการรับรถ ว่ามีมาตรการจัดการ หรือการแก้ไขปัญหาให้กับผู้เช่าอย่างไร การชำระมัดจำ จะได้รับเงินมัดจำคืนภายในกี่วันเมื่อมีการคืนรถเรียบร้อยแล้ว
อยากให้ผู้เช่าคิดว่าเป็นหน้าที่ของเราด้วย ไม่ใช่ว่าเราเจอบริษัทไหนเราก็เอาบริษัทนั้นเลย เพราะอันที่จริงระบบออนไลน์ ทำให้เราสามารถหาข้อมูลผู้ประกอบธุรกิจได้ ทำการเปรียบเทียบได้ทั้งหมด ครอบคลุมไปถึงเรื่องของการจดทะเบียนรถ
เพราะกรมธุรกิจการค้าเปิดข้อมูลให้ทั้งหมด อยากให้คิดว่าการเช่ารถของเราใช้งบประมาณมาก การตรวจสอบจึงเป็นเรื่องที่สำคัญมาก และหากเป็นการเช่าหลายคัน หรือมีผู้เช่าหลายคน เรามีสิทธิให้บริษัทเช่ารถทำใบเสนอราคาสำหรับการเช่าครั้งนั้นมา และสามารถต่อรองได้