fbpx
News update

AWC ทุบสถิติ กำไรปี 67 พุ่งแรง 5 ปีทรัพย์สินเติบโตเท่าตัว ตั้งเป้าอีก 5 ปีพอร์ตโตอีกเท่าตัว มุ่งสู่ผู้นำอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำด้วยวิสัยทัศน์ “Building a Better Future”

Onlinenewstime.com : บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC นำโดยนางวัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ สร้างความตื่นเต้นเผยผลประกอบการปี 2567 เติบโตก้าวกระโดดในทุกมิติ พร้อมสร้างสถิติใหม่ด้วย 5 นิวไฮ สูงสุดในรอบ 5 ปี นับตั้งแต่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ จากการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพและกลยุทธ์การลงทุนที่แข็งแกร่งดังนี้

1) กำไรสุทธิ 5,850 ล้านบาท เติบโตร้อยละ 14.6 เมื่อเปรียบเทียบกับปีก่อน (YoY)

2) กำไรจากการดำเนินงานกลุ่มธุรกิจ (BU EBITDA) 11,965 ล้านบาท เติบโตร้อยละ 11.9 (YoY)  

3) รายได้เฉลี่ยต่อวัน (Average Daily Rate: ADR) 5,873 บาทต่อคืน เติบโตร้อยละ 3.8 (YoY)

4) รายได้เฉลี่ยต่อห้องพัก (RevPAR) 4,200 บาทต่อคืน เติบโตร้อยละ 14.8 (YoY) สูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาด  

5) อัตราผลตอบแทนกำไรจากการดำเนินงานต่อทรัพย์สินถาวร (EBITDA Yield) ของทรัพย์สินดำเนินงานเติบโตสู่ร้อยละ 10.1 โดยมีมูลค่าทรัพย์สินถาวรรวมเติบโตเท่าตัวภายใน 5 ปี สู่มูลค่า 198,726 ล้านบาท จากกลยุทธ์ GROWTH-LED Strategy และการพัฒนาโครงการคุณภาพร่วมกับพันธมิตรระดับโลกเพื่อสร้าง AWC’s Lifestyle Destination หลากหลายโครงการในเมืองท่องเที่ยวสำคัญทั่วไทย พร้อมเร่งเครื่องแผนยุทธศาสตร์ 5 ปี ขยายพอร์ตทรัพย์สินดำเนินงานอีก 2 เท่า สู่มูลค่า 300,000 ล้านบาท ในปี 2572 ภายใต้แนวคิด “Building a Better Future” ร่วมเสริมศักยภาพให้อุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์และการท่องเที่ยวยั่งยืนของไทยอย่างต่อเนื่อง

แม้เศรษฐกิจไทยยังคงเผชิญกับความท้าทาย แต่ AWC สามารถสร้างการเติบโตอย่างโดดเด่นด้วยกลยุทธ์ “GROWTH-LED Strategy” ที่เน้นสร้างกระแสเงินสดอย่างแข็งแกร่ง โดย AWC มีรายได้รวมปี 2567 อยู่ที่ 21,011 ล้านบาท เติบโตร้อยละ 10.5  (YoY) จากการเติบโตของทุกกลุ่มธุรกิจ

กลุ่มธุรกิจโรงแรมและการบริการสร้างกระแสเงินสดแข็งแกร่ง โดยมีกำไรจากการดำเนินงาน (EBITDA) ของกลุ่มธุรกิจก้าวกระโดดถึงร้อยละ 31 (YoY) มีอัตราการเข้าพักตลอดปี 2567 เฉลี่ยร้อยละ 72 เติบโตร้อยละ 7 (YoY) สูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาด และมีรายได้เฉลี่ยต่อห้องพัก (RevPAR) ที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องสู่ระดับ 4,200 บาทต่อคืน

เติบโตร้อยละ 14.8 (YoY) สูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาด จากความสามารถในการดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพสูงกว่า 650 ล้านคนทั่วโลกผ่านเครือข่ายพันธมิตรระดับโลก ส่งผลให้โรงแรมของ AWC มีดัชนีการสร้างรายได้ (Revenue Generation Index หรือ RGI) สูงกว่าค่าเฉลี่ยตลาดเมื่อเทียบกับโรงแรมในกลุ่มเดียวกันที่อยู่ในพื้นที่ใกล้เคียง อาทิ

โรงแรม คอร์ทยาร์ด แมริออท ภูเก็ต ทาวน์ ที่ได้รับความนิยมในกลุ่มนักท่องเที่ยว RGI เท่ากับ 195 โรงแรม แบงค็อก แมริออท เดอะ สุรวงศ์ ที่ได้รับความนิยมในกลุ่มประชุมสัมมนา RGI เท่ากับ 170 และโรงแรมเลอ เมอริเดียน กรุงเทพ ที่ได้รับความนิยมในกลุ่มนักท่องเที่ยวในกรุงเทพฯ RGI เท่ากับ 147

พร้อมเดินหน้าสร้างความโดดเด่นให้กับอุตสาหกรรมด้วยการเปิดห้องอาหารชั้นนำจำนวน 8 แห่งในกรุงเทพฯ และเชียงใหม่ นำด้วยความพิเศษใหม่ของ F&B Rooftop Destination ที่สูงที่สุดของกรุงเทพฯ ด้วยห้องอาหาร Nobu ที่สูงที่สุดในโลก รวมถึงครั้งแรกของห้องอาหารไทยโดยเชฟมิชลินสตาร์บนรูฟทอปที่ใหญ่และสูงที่สุดแห่งแรกของโลกที่ร้าน Le Du Kaan

ต่อด้วยความพิเศษของอาหารจีนร่วมสมัยจากเชฟระดับมิชลินสตาร์ที่ร้าน K by Vicky Cheng และห้องอาหารอิตาเลียน Sartoria by Paulo Airaudo โดยเชฟมิชลินสองดาว รวมถึงห้องอาหารที่โดดเด่นในโครงการต่าง ๆ อีกมากมายทั้งห้องอาหาร Hong’s Chinese Restaurant & Sky Bar ร้าน Cafe de Petal และ Teeshot Bar

พร้อมส่งท้ายฉลองคริสต์มาสด้วยการเปิดตัว Okura Cruise เรือไคเซกิและเทปันยากิหรูลำแรกของโลก ภายใต้โครงการ “AWC River Journey Project” เพื่อมอบประสบการณ์ห้องอาหารระดับไฟน์ไดนิ่งบนสายน้ำเจ้าพระยา

กลุ่มธุรกิจคอมเมอร์เชียลของ AWC ยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่งในทุกเซ็กเมนต์ โดยในปี 2567 มีกำไรจากการดำเนินงาน (EBITDA) ของกลุ่มธุรกิจเติบโตร้อยละ 12  (YoY) สร้างกระแสเงินสดที่มั่นคงให้กับบริษัท พร้อมมียอดการปล่อยพื้นที่เช่าใหม่สูงสุดเป็นประวัติการณ์ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมามากกว่า 34,000 ตารางเมตร เพิ่มขึ้นร้อยละ 15 (YoY)

ตอกย้ำศักยภาพการพัฒนาทรัพย์สินและกลยุทธ์การตลาดที่มีประสิทธิภาพ โดยบริษัทเดินหน้ายกระดับธุรกิจคอมเมอร์เชียลให้เป็นศูนย์กลางแห่งไลฟ์สไตล์และการทำงานที่ทันสมัย ตอบรับแนวโน้มการใช้ชีวิตและพฤติกรรมของลูกค้าในยุคใหม่

ขยายพอร์ตโฟลิโอให้เติบโตอย่างยั่งยืน ด้วยการยกระดับธุรกิจอาคารสำนักงานสู่แนวคิด “Lifestyle Workplace Destination” เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้เช่า ที่มุ่งเน้นการพัฒนาอาคาrymรให้เป็นมากกว่าสถานที่ทำงาน ด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน อาทิ อาคาร “เอ็มไพร์” เปิด Co-Living Collective: Empower Future ที่ The Empire Residence ประสบการณ์ครั้งแรกของโลกที่ผู้เช่าสำนักงานสามารถมีพื้นที่นั่งเล่น ล็อกเกอร์รูม ห้องอาบน้ำ เกมส์รูม คิดส์รูม เพ็ทรูม และห้องประชุมเสริม โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ตอบโจทย์การเติบโตรองรับไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้งาน

รวมถึงการเปิดตัว ‘EA’ Rooftop at The Empire รูฟทอปที่ใหญ่และสูงที่สุดใจกลางกรุงเทพฯ เสริมประสบการณ์ไลฟ์สไตล์ระดับพรีเมียม ส่วนธุรกิจศูนย์การค้ามีจำนวนผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะศูนย์การค้าเพื่อการท่องเที่ยว และคอมมูนิตี้ช็อปปิ้งมอลล์ ที่เติบโตอย่างโดดเด่น

โดยมุ่งเน้นการพัฒนา “Lifestyle Retail Destination” เพื่อตอบโจทย์พฤติกรรมของผู้บริโภคยุคใหม่ นอกจากนี้ยังเปิดตัวโครงการฟีนิกซ์ ศูนย์กลางด้านอาหารครบวงจรระดับโลก ใจกลางเมืองย่านประตูน้ำ รวมถึงการเตรียมเปิด Jurassic World: The Experience ด้วยประสบการณ์ความพิเศษแตกต่างจากสวนสนุกทั่วไป

รวมความสุขและสนุกด้วยประสบการณ์แบบอิมเมอร์ซีฟที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากแฟรนไชส์ชื่อดัง ณ  โครงการเอเชียทีค เดอะริเวอร์ฟร้อนท์ เดสติเนชั่น ที่เตรียมพร้อมฉลองการเปิดตัวไปกับการเข้าฉายของภาพยนตร์ Jurassic World ภายในปี 2568

พร้อมเดินหน้าสร้างความตื่นเต้นต่อเนื่องด้วยโมเดล AWC’s Lifestyle Destination ตามแผนระยะยาวกับโครงการระดับแลนด์มาร์กไม่ว่าจะเป็น โครงการเวิ้งนครเกษม เยาวราช โครงการเอเชียทีค โครงการอควาทีค ที่พัทยา และโครงการลานนาทีค เดสทิเนชั่น เฟส 1 ที่เชียงใหม่

AWC ยังคงเดินหน้าสร้างการเติบโตที่แข็งแกร่งและยั่งยืนตามแผนยุทธศาสตร์ 5 ปี ภายในปี 2572 โดยมุ่งเน้นการพัฒนาธุรกิจภายใต้แนวคิด “Building a Better Future” พร้อมตั้งเป้าหมายสำคัญ 3 ประการ ได้แก่

1) เพิ่มมูลค่าทรัพย์สินดำเนินงาน 2 เท่า สู่ระดับ 300,000 ล้านบาท พร้อมขยายห้องพักรวมสู่ 12,000 ห้อง 2) สร้างผลตอบแทนจากส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) มากกว่า 15% จากการเร่งผลักดันศักยภาพของทรัพย์สินที่อยู่ในช่วงดำเนินงานเริ่มต้น (Ramp Up) ให้เข้าสู่ระดับการดำเนินงานปกติ (BAU)

และ 3) เดินหน้าการเติบโตก้าวกระโดดต่อเนื่องในฐานะบริษัทอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำที่มุ่งเน้นการสร้างจุดหมายปลายทางยั่งยืนระดับโลก ด้วยโครงการคุณภาพระดับแลนด์มาร์ก เสริมศักยภาพความร่วมมือกับพันธมิตรระดับโลก และยกระดับมาตรฐานการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์สู่ระดับสากล

AWC เดินหน้ากลยุทธ์การเติบโตในปี 2568 อย่างแข็งแกร่งด้วยการขยายพอร์ตโฟลิโอในกลุ่มธุรกิจโรงแรมและการบริการ รวมถึงกลุ่มธุรกิจคอมเมอร์เชียล โดยคณะกรรมการบริษัทมีมติเห็นชอบในการเข้าลงทุนใน บริษัท เลอ คองคอร์ด โฮเต็ล จำกัด ซึ่งครอบคลุม อาคารสำนักงานขนาด 45,792 ตารางเมตร และโรงแรมขนาด 407 ห้อง ใจกลางพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญ และจะช่วยสร้างกระแสเงินสดได้อย่างทันทีให้กับบริษัท

โดย AWC มีแผนพัฒนาโครงการภายใต้ชื่อ Jubilee Prestige Tower ให้เป็นอาคารสำนักงานไลฟ์สไตล์รูปแบบใหม่ และโรงแรมหรูภายใต้แบรนด์ JW Marriott ที่บริหารงานโดยแมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล เครือโรงแรมที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกซึ่งเป็นโครงการ ที่ตั้งอยู่ใจกลางถนนรัชดาภิเษก โดยมีแผนพัฒนาให้เป็นโมเดล AWC’s Lifestyle Destination ผสมผสาน Wellness และประสบการณ์แบบ Luxury Bleisure พิเศษครั้งแรกของประเทศ พร้อมเปิดดำเนินการได้เต็มรูปแบบภายในปี 2571 

โครงการดังกล่าวถือเป็นโครงการแรกของ AWC ที่ตั้งอยู่บนพื้นย่านรัชดาภิเษกที่ที่มีการเติบโตทางเศรษฐกิจสูงที่สุดแห่งหนึ่งของกรุงเทพฯ รายล้อมไปด้วยสถานทูต สถาบันการเงิน บริษัทข้ามชาติ และสถานที่ท่องเที่ยว

เชื่อมต่อเครือข่ายคมนาคมหลักของกรุงเทพฯ รวมถึงระบบรถไฟฟ้าบนถนนรัชดาภิเษกที่ได้รับการสร้างขึ้นเพื่อเป็นพระบรมราชานุสรณ์เนื่องในวโรกาสพระราชพิธีรัชดาภิเษก พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงครองราชย์ครบ 25 ปี (Silver Jubilee)

นอกจากนี้ในปี 2568 AWC ยังเดินหน้าสร้างการเติบโตกระแสเงินสดอย่างแข็งแกร่งและต่อเนื่อง พร้อมเสริมศักยภาพจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวริมทะเลที่เชื่อมโยงกับกรุงเทพฯ ที่โรงแรม มีเลีย พัทยา โฮเต็ล ประเทศไทย โครงการแรกของ AWC ในพัทยาซึ่งเปิดให้บริการแล้วในเดือนมกราคม 2568

เพื่อเสริมศักยภาพพอร์ตโฟลิโอและขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย ต่อเนื่องถึงแผนการเปิดโรงแรม พัทยา แมริออท รีสอร์ต แอนด์ สปา โรงแรม แฟร์มอนท์ แบงคอก สุขุมวิท โครงการ The Empire Wellness​ ณ อาคาร “เอ็มไพร์” โครงการ ลานนาทีค เดสทิเนชั่น เฟส 1 ณ จังหวัดเชียงใหม่

และการเปิดตัวโครงการ Jurassic World: The Experience ณ  โครงการเอเชียทีค เดอะริเวอร์ฟร้อนท์ เดสติเนชั่น เพื่อพัฒนาโครงการคุณภาพระดับสากล และสนับสนุนอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์และท่องเที่ยวของไทยสู่เวทีโลก พร้อมขับเคลื่อนประเทศไทยสู่จุดหมายปลายทางท่องเที่ยวยั่งยืนระดับโลก

AWC ยังมุ่งมั่นขับเคลื่อนกลยุทธ์เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน ครอบคลุมทุกมิติ ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม (Better Planet) สร้างสมดุลระหว่างการเติบโตควบคู่ความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ด้านสังคม (Better People) สร้างการเติบโตควบคู่การยกระดับคุณค่าของบุคลากรและชุมชน และด้านเศรษฐกิจ (Better Prosperity) สร้างการเติบโตเพื่อร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน โดยมีผลการดำเนินงานด้านความยั่งยืนที่ได้รับการยอมรับในระดับโลก

ในปี 2567 บริษัทได้รับคะแนนด้านความยั่งยืนสูงสุดเป็นอันดับ 1 ของโลก ในกลุ่มอุตสาหกรรมโรงแรม รีสอร์ท และเรือสำราญ จากการประเมินของ S&P Global และบริษัทยังได้รับการคัดเลือกเป็นสมาชิกในดัชนีความยั่งยืนระดับสากล

ได้แก่การได้รับคัดเลือกเป็นสมาชิกดัชนีความยั่งยืนดาวโจนส์ หรือ Dow Jones Sustainability Indices (DJSI) ในกลุ่มตลาดเกิดใหม่ และการได้รับคัดเลือกให้เป็นสมาชิกของ FTSE4Good Index Series โดย FTSE Russell ครอบคลุมการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม ด้านสังคม และด้านธรรมาภิบาล

รวมทั้งได้รับการประเมินอยู่ในรายชื่อหุ้นยั่งยืน SET ESG Ratings ปี 2567 เพิ่มขึ้นสู่ระดับ “AA” จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

นอกจากนี้ ในด้านการสร้างแบรนด์องค์กร AWC ได้รับรางวัล Thailand’s Top Corporate Brands 2024 ในหมวดธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ตอกย้ำการเป็นบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่มีมูลค่าแบรนด์องค์กรสูงสุดของประเทศไทย

“ความสำเร็จในปีที่ผ่านมาเป็นแรงผลักดันให้ AWC เดินหน้ามุ่งมั่นตามพันธกิจ “Building a Better Future” ในการดำเนินธุรกิจที่ร่วมสร้างคุณค่าและเติบโตอย่างยั่งยืน ควบคู่ไปกับการสร้างความแข็งแกร่งให้อุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ของไทย พร้อมสนับสนุนประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวยั่งยืนระดับโลก และร่วมกันสร้างสรรค์อนาคตที่ดียิ่งขึ้นในทุกมิติต่อไป” คุณวัลลภากล่าว