
Onlinenewstime.com : บมจ.ท่าเรือราชาเฟอร์รี่ (RP) เผยผลประกอบการไตรมาส 4 ปี 2562 มีรายได้รวมอยู่ที่ 164.81 ล้านบาท น้อยกว่าปีก่อนเล็กน้อย เป็นไปตามสถานการณ์เศรษฐกิจ ที่ชะลอตัวและภาพรวมการท่องเที่ยว พร้อมประกาศจ่ายเงินปันผล 0.0556 บาท/หุ้น หนุนความเชื่อมั่นนักลงทุน
นายอภิชาติ ชโยภาส กรรมการผู้จัดการ บริษัท ท่าเรือราชาเฟอร์รี่ จำกัด (มหาชน) หรือ RP กล่าวว่า ผลการดำเนินงานปี 2562 ได้รับผลกระทบหลักมาจากอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในภาพรวม ทั้งภายในและภายนอกประเทศ เช่น อุบัติเหตุเรือนักท่องเที่ยวจีนล่มที่จังหวัดภูเก็ต การแข็งค่าของค่าเงินบาท รวมถึงสถานการณ์ด้านเศรษฐกิจโลก ที่ชะลอตัว ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในการเดินทางของนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวจีน ทำให้มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาน้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้

ทั้งนี้ เมื่อสรุปรวมผลประกอบการทั้งปี 2562 RP มีรายได้รวม 722.05 ล้านบาท น้อยกว่าปีก่อนเล็กน้อย และมีกำไรสุทธิ 7.29 ล้านบาท
“เราโชคดีที่มีไข่หลายใบในตระกร้า เนื่องจากยังมีลูกค้ากลุ่มโลจิสติกส์ และคนในพื้นที่ต้องใช้บริการเรือเฟอร์รี่เพื่อการคมนาคมขนส่งข้ามฝากระหว่างฝั่งเมืองกับเกาะ จึงช่วยลดแรงกระทบจากจำนวนนักท่องเที่ยวที่ลดลงไปได้ระดับหนึ่ง ขณะเดียวกันบริษัทฯ ก็ไม่ได้นิ่งเฉย ขยายเส้นทางบริการใหม่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง พร้อมเดินหน้ามาตรการควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างจริงจัง จึงเชื่อมั่นว่าจะฟื้นตัวและแข็งแกร่งขึ้นในไม่ช้า” นายอภิชาติ กล่าว
อย่างไรก็ดี ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท มีมติให้จ่ายเงินปันผลสำหรับปี 2562 ในอัตรา 0.0556 บาท ต่อหุ้น รวมเป็นเงิน 10,633,485.61 บาท หรือคิดเป็น 81.99 % ของกำไรสุทธิ โดยมีกำหนดจ่ายเป็นหุ้นสามัญในวันที่ 27 พ.ค. 2563 นายอภิชาติ กล่าวเพิ่มว่า เราเริ่มต้นปี 2563 ด้วยความท้าทายจากการระบาดอย่างรุนแรงของไวรัสโคโรน่า หรือ COVID-19 ซึ่งส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวในภาพรวม โดยเฉพาะจำนวนผู้โดยสารที่ลดลง แต่บริษัทฯได้วางกลยุทธ์ธุรกิจ ให้มีประสิทธิภาพสูงสุดในทุกมิติ โดยมีแผนพัฒนาที่ดินเชิงพาณิชย์ เพื่อให้เกิดรายได้เพิ่มขึ้น รวมทั้งทำการตลาดเชิงลึก เพื่อเจาะกลุ่มลูกค้าในตลาดอื่นๆที่สามารถสร้างรายได้ เช่น ตลาดอินโดจีน และขยายเส้นทางภายในประเทศที่ไม่มีคู่แข่งหรือคู่แข่งน้อยราย รวมทั้งโอกาสจากบริการเสริมพิเศษต่างๆ ที่ยังเติบโตได้ดี