Onlinenewstime.com : ดร.กฤษฎา เสกตระกูล ประธานกรรมการ บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (บสส.) หรือ SAM กล่าวว่า บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด (TRIS) ได้จัดอันดับเครดิตองค์กรของ SAM เป็นครั้งแรกที่ระดับ AA+ ด้วยแนวโน้มอันดับเครดิต “Stable” หรือ “คงที่”
โดยอันดับเครดิตดังกล่าวสะท้อนถึงสถานะของ SAM ซึ่งเป็นองค์กรที่เกี่ยวข้องกับภาครัฐ “ที่มีความสำคัญมาก” และเป็นองค์ประกอบ “ที่สำคัญสูงสุด” ของกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน (กองทุนฯ) ทั้งนี้ TRIS เชื่อว่าบทบาทของ SAM ไม่อาจแทนที่ด้วยบริษัทบริหารสินทรัพย์รายอื่น ในระยะสั้นถึงปานกลาง เมื่อพิจารณาจากขนาดของธุรกิจและความชำนาญของ SAM
โดย ณ สิ้นปี 2562 SAM จัดเป็นบริษัทบริหารสินทรัพย์ ที่มีขนาดของสินทรัพย์รวมใหญ่เป็นอันดับสองของประเทศ จากจำนวนบริษัทบริหารสินทรัพย์ทั้งหมด 61 แห่ง
ทั้งนี้ SAM มีบทบาทที่สำคัญ ในการเป็นบริษัทบริหารสินทรัพย์ของรัฐเพียงแห่งเดียว ซึ่งมีหน้าที่ช่วยรักษาเสถียรภาพของระบบการเงิน ด้วยการซื้อสินเชื่อด้อยคุณภาพ จากสถาบันการเงินต่าง ๆ เข้ามาบริหารจัดการในจำนวนที่เพิ่มมากขึ้นทุกปี
โดยบทบาทของ SAM จะเห็นเด่นชัด เมื่อสินทรัพย์ด้อยคุณภาพในระบบธนาคารพาณิชย์เพิ่มขึ้น ซึ่งหากเกิดการหยุดชะงักของการดำเนินงานของ SAM อาจส่งผลกระทบ ต่อระบบการเงินของธนาคารพาณิชย์ในประเทศได้
นอกจากนี้ ยังมีบทบาทหน้าที่เด่นชัดในการเป็นผู้ดำเนิน “โครงการคลินิกแก้หนี้” ซึ่งริเริ่มโดยธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เพื่อส่งเสริมการปรับโครงสร้างหนี้โดยสมัครใจ สำหรับลูกหนี้รายย่อย (สินเชื่อไม่มีหลักประกันประเภทบัตรเครดิตและสินเชื่อบุคคล) ที่ประสบปัญหาในการชำระคืนหนี้ เพื่อเพิ่มการรับชำระคืน จากหนี้สูญให้แก่สถาบันการเงินอีกด้วย
ในด้านผลการดำเนินงานในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา SAM มีผลงานที่ดีอย่างต่อเนื่อง โดยมีเงินสดรับชำระหนี้จากสินเชื่อด้อยคุณภาพและทรัพย์สินรอการขายถึง 1.1 หมื่นล้านบาทต่อปี ปัจจุบัน SAM มีหนี้ด้อยคุณภาพ สุทธิรวมที่ 2.5 หมื่นล้านบาท ที่อยู่ภายใต้การบริหาร คิดเป็นภาระหนี้ตามบัญชีรวมอยู่ที่ 3.4 แสนล้านบาท
“การจัดอันดับเครดิตครั้งนี้เป็นครั้งแรกของ SAM และเป็นก้าวสำคัญ ที่นำไปสู่การออกและจำหน่ายหุ้นกู้ในอนาคต เพื่อเป็นแหล่งเงินทุนทางเลือก และช่วยให้จัดการต้นทุนทางการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นไปตามแผนยุทธศาสตร์การเติบโตระยะยาวของบริษัทฯ” ดร.กฤษฎากล่าว
นอกจากนี้ SAM เชื่อมั่นว่าการจัดอันดับเครดิตเรทติ้งดังกล่าว จะช่วยเสริมสร้างภาพลักษณ์ และช่วยให้ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้า คู่ค้า พันธมิตรทางธุรกิจ และประชาชนทั่วไปต่อไป