Onlinenewstime.com : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ลุยขยายนักท่องเที่ยวจีนเที่ยวเมืองไทย ชูกลยุทธ์ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม “หลงไทย เมืองน่าเที่ยว” ผลิตคอนเทนต์ในคอนเซ็ปต์ “เพื่อนไทย พาเพื่อนจีนเที่ยว” ดึง Influencer ชาวไทยที่พูดภาษาจีนได้ เป็นไกด์นำคนจีนเที่ยว เผยแพร่ในช่องโทรทัศน์ และสื่อออนไลน์ในจีน ตั้งเป้าปี 2568 ดึงคนจีนเที่ยวไทย 8 ล้านคน สร้างรายได้ไม่ต่ำกว่า 5.5 แสนล้านบาท
นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่าในปี 2568 กลยุทธ์หลักที่ ททท. นำมาใช้เพื่อเชิญชวนนักท่องเที่ยวทั่วโลกให้เดินทางมาประเทศไทย จะมุ่งตอกย้ำความภาคภูมิใจในความเป็นไทยผ่าน “เสน่ห์ไทย” หรือ Soft Power ควบคู่กับการโปรโมต “เมืองน่าเที่ยว” นำมารังสรรค์เป็นประสบการณ์ทรงคุณค่าที่กระตุ้นความต้องการเดินทางท่องเที่ยว ขยายฐานตลาด กระตุ้นความถี่ และการกระจายตัวสู่จังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศไทยมากขึ้น รวมถึงจะให้ความสำคัญในการโปรโมทเมืองน่าเที่ยวในตลาดท่องเที่ยวต่าง ๆ
พร้อมส่งเสริมการท่องเที่ยวระดับท้องถิ่น และสร้างความภาคภูมิใจกับชีวิตวิถีชุมชนเมืองน่าเที่ยว โดยเชื่อมโยงแนวคิด 5 Must Do in Thailand เน้นกลุ่มนักท่องเที่ยวจีน ทั้งนี้ ททท. วางเป้าหมายตลาดนักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้าประเทศไทยในปี 2568 ไว้ที่จำนวน 8 ล้านคน สร้างรายได้จากการท่องเที่ยวไม่ต่ำกว่า 5.5 แสนล้านบาท
ล่าสุด ททท.เปิดตัวกิจกรรมประชาสัมพันธ์เพื่อกระตุ้นตลาดนักท่องเที่ยวจีน ชูกลยุทธ์การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ภายใต้แนวคิด “หลงไทย เมืองน่าเที่ยว” เพื่อแนะนำการท่องเที่ยวไทยแบบฉบับเที่ยวเองได้ โดยนำวิถีวัฒนธรรมชุมชนมาเป็นคอนเทนต์ Soft Power สื่อถึงการเดินทางของคน 2 วัฒนธรรม (ไทย-จีน) ที่มีความสัมพันธ์มาอย่างยาวนาน สอดแทรกการแลกเปลี่ยนมุมมองและเรียนรู้ไปพร้อมกัน ทั้งเรื่องความเชื่อ ศิลปวัฒนธรรม ประเพณี อาหารในแต่ละท้องถิ่น การใช้ชีวิต การแต่งกาย ภาษา ศิลปะพื้นถิ่น สถานที่ท่องเที่ยว โบราณสถาน ฯลฯ พร้อมนำเสนอ “เมืองน่าเที่ยว” ของไทย 5 ภาค 10 จังหวัด ประกอบด้วย จังหวัดสมุทรสงคราม ราชบุรี สุพรรณบุรี เชียงราย อุดรธานี บึงกาฬ นครศรีธรรมราช บุรีรัมย์ สุรินทร์ และจันทบุรี
โดยรวบรวมวัฒนธรรมแบบวิถีไทยทั้ง 5 ภาค เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว Must do – Must see ทางวัฒนธรรมกับกลุ่มนักท่องเที่ยวจีน ภายใต้แนวคิด “เพื่อนไทย พาเพื่อนจีนเที่ยว” โดยใช้ Influencer ชาวไทยที่สื่อสารภาษาจีนได้เป็นอย่างดีเป็นคนนำเที่ยว
สำหรับตัวอย่างที่จะนำเสนอทั้ง 5 ภาค ประกอบด้วย ภาคเหนือ อาทิ เที่ยวดื่มด่ำเส้นทางสายกาแฟท่ามกลางอ้อมกอดของขุนเขาและสายลมหนาว ที่ดอยช้าง และดอยผาหมี จ.เชียงราย ซึ่งเป็นแหล่งผลิตกาแฟคุณภาพมีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับทั่วโลก นอกจากจะได้เพลิดเพลินกับการดื่มกาแฟในบรรยากาศยามเช้าที่สวยงามแล้ว ก็ยังได้สัมผัสวิถีชีวิตของอาข่าผู้เชี่ยวชาญในการปลูกกาแฟ ทั้งเครื่องแต่งกายและอาหารที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวอีกด้วย
ภาคใต้ เที่ยวชายทะเลฝั่งอ่าวไทย ซึ่งเป็น Hidden Paradise ที่ อ.ขนอม และอ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช โดยการเดินทางผ่านถนนเลียบทะเล ขนอม-สิชล ถนนเลียบทะเลที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย เพื่อไปพบกับความงดงามที่เงียบสงบของทะเล บนชายหาดที่ทอดตัวยาวนับสิบกิโลเมตร สามารถเลือกได้ว่าจะพักผ่อนสบาย ๆ หรือสนุกสนานกับกิจกรรมทางน้ำ ทั้งเจ็ทสกี บานาน่าโบ้ท ฯลฯ และพลาดไม่ได้กับการล่องเรือไปชมโลมาสีชมพู ในยามเช้า
ซึ่งจะได้ชมความน่ารักของโลมาสีชมพูสัตว์ทะเลหายากอย่างใกล้ชิด ซึ่งอาศัยอยู่ในบริเวณปากแม่น้ำและชายฝั่งทะเลขนอม นอกจากนี้ ก็ยังได้อิ่มอร่อยไปกับอาหารทะเลสด ๆ ในบรรยากาศยามเย็นบนเรือไม้โบราณ ที่จะล่องจากปากแม่น้ำออกสู่ทะเลอ่าวไทยเพื่อชมพระอาทิตย์ตกอันน่าประทับใจ
ภาคกลาง สัมผัสวิถีไทยกับสายน้ำตลอดสองฝั่งลำน้ำเรียงรายไปด้วยบ้านทรงไทยโบราณ ชุมชนบ้านแหลม จ.สุพรรณบุรี ชุมชนเก่าแก่ริมแม่น้ำสุพรรณ เป็นภาพวิถีชีวิตดั้งเดิมเมื่อเกือบร้อยปี ลิ้มลองรับประทานอาหารฝีมือเชฟชุมชน ที่ได้รับการถ่ายทอดฝีมือจากเชฟพฤกษ์ (เชฟกระทะเหล็ก) ซึ่งนำวัตถุดิบชั้นดีในชุมชนมาสร้างสรรค์เมนูอร่อยและนำเสนออย่างสวยงาม เช่น ทำนองคิมหันต์ ยำสุพรรณมัจฉา กุ้งย่างสนธยา ปลาม้าอัสดง เมฆาลอยล่อง และชมสัตตบุษย์ เป็นต้น
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พาชมชุมชนหมู่บ้านขี้เหล็กใหญ่ อ.โซ่พิสัย จ.บึงกาฬ ชุมชนที่มากไปด้วยธรรมชาติและแหล่งน้ำที่หลากหลาย เปรียบเสมือนเกาะถูกห้อมล้อมด้วยสายน้ำ เติมเต็มด้วยอัตลักษณ์คนชาติพันธุ์ไทยโซ่ วิถีชีวิตเรียบง่าย และความอุดมสมบูรณ์ โดยได้มีการจัดตั้งพิพิธภัณฑ์ชุมชนมีชีวิตขึ้น นำศิลปะร่วมสมัยอย่างกราฟฟิตี้ มาหลอมรวมกับอัตลักษณ์ท้องถิ่นได้อย่างมีเสน่ห์ จึงเกิดเป็นกราฟฟิตี้ ‘พญานาค’ ที่แตกต่างแต่ลงตัวด้วยการดึงเอกลักษณ์ของบ้านแต่ละหลังมาผสมผสานกับลายพ่นที่เล่าเรื่องราวของบ้านหลังนั้น ๆ อย่างเด่นชัด ทำให้ทั้งหมู่บ้านสวยงาม มีชีวิตชีวาน่าเที่ยวชม
นอกจากนี้ ภายใต้แนวคิด “โลคอล สู่เลอค่า” ที่ชุมชนร่วมกันสร้าง ยังพัฒนาต่อยอดของดีในท้องถิ่นให้มีความร่วมสมัย ทั้งอาหาร ผลิตภัณฑ์ชุมชน จนทำให้ไปคว้ารางวัลกูร์มองด์ อะวอร์ด (Gourmand Awards) หรือรางวัลออสการ์อาหารโลกซึ่งจัดขึ้นโดยประเทศฝรั่งเศส ได้สำเร็จ ชุมชนบ้านเชียง นำเสนอแหล่งโบราณคดีบ้านเชียงที่ยูเนสโกประกาศให้เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม นอกจากจะได้เยี่ยมชมแหล่งโบราณคดีที่มีคุณค่าโดดเด่นระดับสากลแล้ว ณ ชุมชนประวัติศาสตร์แห่งนี้ นักท่องเที่ยวก็ยังได้ร่วมกิจกรรมกับปราชญ์ชุมชน ปั้นหม้อ และเขียนสี สร้างสรรค์เครื่องปั้นดินเผาบ้านเชียง ซึ่งมีชื่อเสียงระดับโลก
ภาคตะวันออก เที่ยวสวนผลไม้ ที่จ.จันทบุรี ในฤดูกาลที่ผลไม้นานาชนิดพร้อมให้ลิ้มลองรสชาติอันน่าประทับใจ ไม่ว่าจะเป็น ทุเรียนหลายสายพันธุ์ มังคุด เงาะ สละ ลำไย มะม่วง ฯลฯ นอกจากจะได้เพลิดเพลินกับความอร่อยในรูปแบบบุฟเฟ่ต์ของผลไม้ไทยแล้ว นักท่องเที่ยวยังจะได้เก็บความประทับใจกับกิจกรรมต่าง ๆ ทั้งเดินชมสวน เก็บผลไม้ด้วยตัวเอง ฯลฯ ที่จะเกิดขึ้นในทิวทัศน์ที่สวยงามของสวนผลไม้เขียวขจีอีกด้วย
เกาะช้าง จ.ตราด นอกจากหาดทรายขาวละเอียดที่ทอดยาวเหมาะแก่การพักผ่อนและกิจกรรมชายหาด ทะเลสวย น้ำทะเลใสราวคริสตัล ยังเหมาะแก่การดำน้ำดูปะการัง ชมฝูงปลาหลากสีสัน ซึ่งมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักดีแล้ว การล่องเรือกอนโดลา(ไทย)ที่ชุมชนบ้านสลักคอก เที่ยวเกาะช้างแบบสโลว์ไลฟ์ จะเป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาแห่งความประทับใจ เมื่อได้ชมผืนป่าชายเลนที่กว้างใหญ่ รวมทั้งได้สัมผัสวิถีชาวประมงพื้นบ้านที่ยังคงอยู่คู่เกาะแห่งนี้
คอนเทนต์ “เมืองน่าเที่ยว” ของไทย 5 ภาค 10 จังหวัด จะนำไปเผยแพร่ในสื่อโทรทัศน์และสื่อออนไลน์โดยเฉพาะสื่อสังคมออนไลน์ในประเทศจีน อาทิ Little Red Book (Xioahongshu), Weibo, TikTok (Douyin) หรือ Bilibili เจาะกลุ่มเป้าหมายนักท่องเที่ยวชาวจีน อายุระหว่าง 18-45 ปี และนักท่องเที่ยวจีนที่เคยมีประสบการณ์ท่องเที่ยวในไทย และต้องการได้มุมมองใหม่ในการท่องเที่ยวเมืองไทย ทั้งนี้คาดการณ์ว่าจะสามารถสร้างการรับรู้ได้กว่า 100 ล้านคน-ครั้ง รวมถึงดึงดูดนักท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจภาคการท่องเที่ยวโดยรวมต่อไป