fbpx
News update

อพท. ดัน 6 พื้นที่ตามฝันเข้าสู่ Top 100

Onlinenewstime.com : อพท. ยกแหล่งท่องเที่ยวชุมชน ขึ้นมาตรฐานแหล่งท่องเที่ยวยั่งยืนโลก ตามมาตรฐาน Top 100 ประเดิมส่งชิง 2 แหล่งปีนี้ ในเวียง กับ เชียงคาน เป้าหมายเพิ่มอีก 4 แหล่งภายใน 5 ปี ย้ำมาตรฐานดังกล่าว คือความยั่งยืนที่จับต้องได้ และจะนำไปสู่ช่องทางการตลาดดึงนักท่องเที่ยวคุณภาพให้มาเยือน

ดร.ชูวิทย์ มิตรชอบ รักษาการผู้อำนวยการองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) หรือ อพท.  เปิดเผยว่า ในปี 2563 อพท. ได้เตรียมส่งแหล่งท่องเที่ยวต้นแบบ 2 แหล่ง คือเทศบาลตำบลเชียงคาน อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย และตำบลในเวียง อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน เพื่อเข้าชิงรางวัล Sustainable Destinations Top 100 หรือ Top 100 ภายในปี 2565

โดยการจัดอันดับดังกล่าว เป็นตัวชี้วัดที่เป็นรูปธรรมที่สุด แสดงถึงความสำเร็จจากผลการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวให้เกิดความยั่งยืน

นอกจากนั้นยังมีแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่พิเศษอีก 4 แห่ง ที่ อพท. จะพัฒนามาตรฐานเพื่อส่งเข้ารับการจัดอันดับ Top 100 ในระยะต่อไป ได้แก่ นาเกลือ ในเขตเมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี  ตำบลเมืองเก่า จังหวัดสุโขทัย  เกาะหมาก จังหวัดตราด และตำบลอู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี

“ที่ผ่านมาประเทศไทยและต่างประเทศ มักพูดถึงเรื่องการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนมาโดยตลอด แต่ไม่สามารถจับต้องได้ ว่าความยั่งยืนนั้นเป็นอย่างไร หรือมีเกณฑ์อะไร มีเพียงคำพูดลอยๆ ที่เป็นนามธรรม

แต่ Top 100 จะมาตอบข้อสงสัยนี้ได้ เพราะ Top 100 จะมีเกณฑ์การวัดที่ชัดเจน ว่าแหล่งท่องเที่ยวที่เข้าข่ายได้รับการจัดอันดับนี้ จะต้องผ่านเกณฑ์ใดบ้าง โดยจะวัดผลทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพ  เช่น หากต้องการทราบว่าในขณะที่มีงบประมาณ ทรัพยากร และเวลาอันจำกัด เราจะต้องจัดลำดับการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนอย่างไร”

สำหรับประโยชน์ในเชิงการตลาด ของแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับการจัดอันดับ Top 100 คือ ได้สร้างการรับรู้ในแบรนด์ของแหล่งท่องเที่ยวนั้น ในตลาดต่างประเทศ เช่น หากแหล่งท่องเที่ยวที่ อพท. ส่งเข้าชิงได้รับการจัดอันดับ Top 100 ทางผู้จัดงานมหกรรมท่องเที่ยวนานาชาติ  ITB  จะนำแหล่งท่องเที่ยวนั้น ทำการตลาดให้ฟรีผ่านเครือข่ายสมาชิกของ ITB ที่มีอยู่ทั่วโลก

โดยคัดเลือกนักท่องเที่ยวคุณภาพ ที่มีการใช้จ่ายต่อทริปสูง อีกทั้งภาพลักษณ์แหล่งท่องเที่ยวของประเทศไทย ในด้านความยั่งยืนก็จะดี และได้รับการยอมรับมากขึ้นในระดับสากล 

เพราะการจัดอันดับดังกล่าว เป็นเครื่องแสดงให้เห็นว่า เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีคุณภาพพอ ที่จะดึงดูดกลุ่มลูกค้าคุณภาพ เพราะมีการกระจายรายได้เพียงพอให้คนท้องถิ่น มีการปกป้องประเพณีวัฒนธรรมวิถีชีวิต และปกป้องสิ่งแวดล้อมอย่างเหมาะสม ผู้ไปเที่ยวก็สบายใจ ชุมชน ประชากรที่อาศัยในแหล่งท่องเที่ยวก็สบายใจ ซึ่งทั้งหมดคือเกณฑ์ที่กำหนดขึ้นมา เพื่อใช้ประเมินแหล่งท่องเที่ยว เพื่อให้ได้รับการจัดอันดับดังกล่าว

นอกจากแผนการผลักดันแหล่งท่องเที่ยวของไทย เข้าสู่การจัดอันดับ Top 100 ของ อพท. ยังตอบโจทย์ยุทธศาสตร์ชาติ ในเรื่องของการสร้างระบบนิเวศท่องเที่ยว

เพราะคำว่านิเวศในที่นี้ ไม่ได้หมายความว่าระบบนิเวศธรรมชาติ แต่หมายถึงสภาพแวดล้อมโดยรวม ของแหล่งท่องเที่ยวที่มีความยั่งยืน ทั้งในเรื่องภูมิทัศน์ ความปลอดภัย สิ่งแวดล้อม การปกป้องวัฒนธรรม การกระจายรายได้ที่เป็นธรรม รวมไปถึงกฎหมาย ข้อบังคับต่างๆ ฯลฯ เพราะสิ่งเหล่านี้ล้วนอยู่ในเกณฑ์ของ Top100 ทั้งหมด

อย่างไรก็ตามแนวความคิดการจัดอันดับ Sustainable Destinations Top 100 เกิดขึ้นจากความต้องการรับผิดชอบต่อภาคการท่องเที่ยว ของคณะผู้จัดงานมหกรรมท่องเที่ยวนานาชาติ  ITB  เพราะที่ผ่านมา จะมุ่งแต่การเติบโตของจำนวนนักท่องเที่ยวและรายได้ จนลืมนึกถึงความยั่งยืน

จึงได้หารือกับหน่วยงานที่มีชื่อว่า Green Destinations Foundation ประเทศเนเธอแลนด์ พร้อมตกลงกันว่า ในแต่ละปีที่มีการจัดงาน ITB ควรที่จะสนับสนุนแหล่งท่องเที่ยว ที่มีการจัดการที่ดีและมีความยั่งยืน จึงร่วมกันกำหนดเกณฑ์การพิจารณาจำนวน 30 ข้อใน 6 หมวด

ได้แก่ การจัดการแหล่งท่องเที่ยว ความสมบูรณ์ทางธรรมชาติและทิวทัศน์  ด้านสิ่งแวดล้อมและสภาพอากาศ ด้านวัฒนธรรมประเพณี ด้านความเป็นอยู่ทางสังคม ด้านธุรกิจและการให้บริการ  โดยแหล่งท่องเที่ยว ที่จะได้รับการจัดอันดับต้องผ่านเกณฑ์อย่างน้อย 15 ข้อ โดยจะประกาศผู้ได้รับรางวัล Top 100  ในงาน ITB กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี